Author:
• Friday, October 02nd, 2015

11บัญชีครัวเรือนมิได้หมายถึงการทำบัญชีหรือบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันเท่านั้น แต่อาจหมายถึง การบันทึกข้อมูลด้านอื่น ๆ ในชีวิต ในครอบครัว เป็นต้น ของเราได้ด้วย เช่น บัญชีทรัพย์สิน พันธุ์พืช พันธุ์ไม้ ในบ้านเราในชุมชนเรา บัญชีความรู้ความคิดของเราบัญชีผู้ทรงคุณผู้รู้ในชุมชนเราบัญชีเด็กและเยาชนของเราบัญชีภูมิปัญญาด้านต่างๆ ของเรา เป็นต้น หมายความว่าสิ่งหรือเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของเรา เราจดบันทึกได้ทุกเรื่องหากประชาชนทุกคนจดบันทึกจะมีประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศจะเป็นแหล่งเรียนรู้ครอบครัวเรียนรู้ชุมชนเรียนรู้และประเทศเรียนรู้ การเรียนรู้เป็นที่มาของปัญญาปัญญาเป็นที่มาของความเจริญทั้งกาย สังคม ใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์จะเห็นว่าการทำบัญชีหรือการจดบันทึกนี้สำคัญยิ่งใหญ่มาก การบันทึก คือ การเขียนเมื่อมีการเขียนย่อมมีการคิดเมื่อมีการคิดย่อมก่อปัญญาแก้ไขปัญหาได้โดยใช้เหตุผลวิเคราะห์พิจารณาได้ถูกต้องนั่นคือทางเจริญของมนุษย์

การทำบัญชีครัวเรือนในด้านเศรษฐกิจหรือการบันทึกรายรับรายจ่ายที่ทางราชการพยายามส่งเสริมให้ประชาชนได้ทำกัน นั่นเป็นเรื่องการบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันประจำเดือนว่ามีรายรับจากแหล่งใดบ้าง จำนวนเท่าใด มีรายจ่ายอะไรบ้าง จำนวนเท่าใดในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือนและปี เพื่อจะได้เห็นภาพรวมว่าตนเองและครอบครัวทีรายรับเท่าใด รายจ่ายเท่าใดคงเหลือเท่าใดหรือเงินไม่พอใช้เท่าใด คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับและสำรวจว่ารายการใดจ่ายน้อยจ่ายมาก จำเป็นน้อยจำเป็นมากจำเป็นน้อยอาจลดลงจ่ายเฉพาะที่จำเป็นมาก เช่น ซื้อกับข้าว ซื้อยา ซื้อเสื้อผ้า ซ่อมแซมบ้าน การศึกษา เป็นต้น ส่วนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้ลด ละ เลิก เช่น ซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้า เล่นการพนัน เป็นต้น เมื่อนำรายรับ รายจ่าย มาบวกลบกันแล้วขาดดุลเกินดุลไปเท่าใดเมื่อเห็นตัวเลขจะทำให้เราคิดได้ว่าสิ่งไม่จำเป็นนั้นมีมากหรือน้อยสามารถลดได้หรือไม่ เลิกได้ไหมถ้าไม่ลดไม่เลิกจะเกิดอะไรกับตัวเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ หากเราวางแผนการรับการจ่ายเงินของตนเองได้ เท่ากับว่ารู้จักความเป็นคนได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนมีเหตุมีผล เป็นคนรู้จักพอประมาณ เป็นคนรักตนเอง รักครอบครัว รักชุมชนและรักประเทศชาติมากขึ้น

Author:
• Monday, August 24th, 2015

กระดาษใยสับปะรดเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“นาโนเทคโนโลยี” คือการย่อสิ่งของให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งนั่นเป็นเพียงการมองไปที่ผลิตภัณฑ์ปลายทางเพื่อจินตนาการภาพได้ชัดเจนขึ้น แต่ก็ไม่ถือเป็นการเข้าใจผิดซะทั้งหมดเพียงแต่ความหมายที่แท้จริง คือ การจัดการการสร้าง การสังเคราะห์วัสดุ อุปกรณ์และระบบต่างๆ ที่มีขนาดเล็กอยู่ในช่วง 1 ถึง 100 นาโนเมตรด้วยความถูกต้องและแม่นยำ ซึ่งจะส่งผลให้วัสดุหรืออุปกรณ์ต่างๆ มีคุณสมบัติที่พิเศษขึ้น ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้สอยและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

เราคงคุ้นเคยกับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่นผักตบชวา วัชพืชที่สร้างปัญหาให้กับระบบนิเวศน์ได้อย่างสม่ำเสมอและรวดเร็ว มาคราวนี้ขอเอาเส้นใยของสับปะรดมาใส่ดีไซน์เพื่อให้เป็นสิ่งของที่มากยิ่งขึ้น โดยการใช้กระดาษที่ผลิตจากเส้นใยสับปะรดเอามาใส่ไอเดีย-สีสัน ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปลักษณ์โมเดิร์น และเป็นสากลอย่างไร้ข้อกังขา แถมยังให้ความรู้สึกแฝงถึงความเป็นไทย และเอเชี่ยนดีไซน์อยู่ข้างใน เห็นได้จากการออกแบบลูกเล่นของแพทเทิร์นทั้งเส้นและสีในจังหวะถี่ๆ ห่างๆ เว้นบ้างแทรกสีโดดๆ ออกมาบ้างองค์ประกอบเหล่านี้มันดึงความคิดความรู้สึกให้กลับไปนึกถึงผ้าซิ่นของแม่ กระดาษใยสับปะรด มีคุณสมบัติทั้งเหนียวและทนทานมีคุณภาพดี แตกต่างจากกระดาษทำมือชนิดอื่นๆ

จากกากใยสับปะรดผ่านขบวนการคิดและผลิตออกมาเป็นทั้ง ม้านั่งยาว (Bench) l เก้าอี้ (Chair) สตูล (Stool) อาร์มแชร์ (Armchair) ด้วยความภูมิใจและชื่นชมกับมันสมองที่สร้าง “นวัตกรรม” ของคนไทย แบรนด์ไทย ท้องถิ่นไทย กับการมีส่วนช่วยสร้าง “เศรษฐกิจแบบชนบท” ให้กับเกษตรกรไทยเราได้อีก เก้าอี้ใยสับปะรด ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ผลิตกระดาษใยสับปะรดเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดง่าย ประเทศไทยเองก็เริ่มได้รับการสนับสนุนการวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีจากรัฐบาลมากขึ้น การพัฒนางานวิจัยขึ้น ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์การนำนาโนเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าไปอยู่ถึงในรั้วบ้าน และอวดงานวิจัยสู่เวทีโลกด้วย

Author:
• Monday, July 27th, 2015

Kitchen.jpgปัจจุบันเชื่อว่าการตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีจะช่วยทำให้ผู้อยู่อาศัยมีโชคมีลาภและมีพลังขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นหลายคนจึงนิยมตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งแน่นอนว่าห้องครัวก็เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีพลังธาตุไฟอยู่ตลอดเวลา จากการทำครัวและเตาแก๊ส ดังนั้นการตกแต่งฮวงจุ้ยห้องครัวให้ถูกหลักก็จะทำให้ห้องครัวของคุณช่วยเสริมพลังดีๆให้กับบ้านได้ไม่แพ้ห้องอื่นๆ สำหรับห้องครัวที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยควรจะอยู่ในบริเวณด้านหลังของบ้าน เพื่อเป็นการลดกลิ่นควันจากการทำอาหารไม่ให้ลอยไปยังบริเวณอื่นทั่วบ้าน อีกทั้งตามฮวงจุ้ยห้องครัวนั้นห้ามไม่ให้ห้องครัวสามารถมองเห็นได้โดยตรงจากทางเข้าบ้าน เพราะหากเดินเข้าบ้านมาแล้วจะปะทะกับธาตุไฟโดยตรง ทำให้ร้อนรุ่มกระวนกระวายใจ นอกจากนี้ตำแหน่งของห้องครัวยังไม่ควรตรงกับห้องนอนในชั้นบนอีกด้วย เพราะจะทำให้ผู้ที่พักผ่อนในห้องนอนดังกล่าวได้รับพลังจากธาตุไฟมาเกินไป วิธีแก้คือให้ติดฉนวนกันความร้อนในฝ้าเพดานก็จะช่วยลดพลังไม่ดีจากธาตุไฟที่มากเกินไปได้

ครัวจะต้องมีความสมดุลของ หยิน-หยาง สะอาด มีแสงสว่างและยังจะต้องมีการถ่ายเทอากาศที่ดีด้วย ตำแหน่งของห้องครัวโดยทั่วไปจึงมักจะวางไว้หลังบ้าน เพราะการระบายกลิ่นไอ หรือควันที่เกิดจากการปรุงอาหารสามารถทำได้ง่าย ไม่เป็นการรบกวนเพื่อนบ้านเหมือนกับการวางไว้หน้าร้าน บางแห่งเพื่อนบ้านกลายเป็นศัตรูกันเพราะปัญหาที่เกิดจากเรื่องของการปรุงอาหาร ฮวงจุ้ยเรื่องของครัวนั้นจะให้ความสำคัญกับเรื่องของตำแหน่งเตาไฟมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงมาแล้ว โดยถือว่าเตาไฟจะแทนโชคลาภของครอบครัว เป็นสัญลักษณ์ของการหล่อเลี้ยงผู้คนในบ้านเตาไฟจึงต้องหันหาตำแหน่งที่เป็นมงคล

ตำแหน่งของห้องครัวที่สำคัญมากในทางฮวงจุ้ย

1.ห้องครัวโดยปกติก็มักจะเลือกวางให้อยู่ด้านหลังของบ้านมากกว่าจะอยู่ด้านหน้าบ้าน เพราะลักษณะของงานครัวจะเต็มไปด้วยมลภาวะต่างๆมากมาย ทั้งกลิ่น ทั้งควัน ไอน้ำมัน ขยะเศษอาหาร ตำแหน่งหลังบ้านจึงเหมาะสมที่สุดในการวางห้องครัว ชัยภูมิของห้องครัวปัจจัยที่ต้องนำพิจารณาก็คือ สภาพแวดล้อมรอบๆห้องครัวต้องไม่อุดตัน เพราะห้องครัวต้องการอากาศถ่ายเทที่ดีเพื่อไล่ควันและกลิ่นจากการปรุงอาหารออกนอกบ้าน
2.การนำเรื่องทิศมาพิจารณาเลือกตำแหน่งห้องครัวในสมัยก่อนจะถือว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในเรื่องของทิศทางลมและแสงแดด ห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ยจะนิยมวางไว้ทางแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก มากกว่าทิศเหนือ-ใต้ เหตุผลก็เพราะ ทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นทิศของแสงสว่าง
3.การวางตำแหน่งของห้องครัวโดยพิจารณาจากตำแหน่งของดาว ตามหลักวิชาดาว 9 ยุคของสำนักดาวเหินก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง โดยหลักของดาว 9 ยุค จะกำหนดตำแหน่งดี-ร้ายภายในบ้าน

Author:
• Friday, June 12th, 2015

เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกเป็นอุตสาหกรรมเบาที่ใช้แรงงานคนและฝีมือเป็นหลัก โดยไทยมีความพร้อมด้านวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น ดิน หิน และแร่ต่าง ๆ รวมทั้งจุดแข็งด้านฝีมือแรงงานที่ชำนาญและประณีต โดยมีตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ มีสัดส่วนร้อยละ 30.9 13.0 และ 56.1 ตามลำดับ

การส่งออกเริ่มชะลอตัวลงร้อยละ 3.5 จากร้อยละ 7.5 เนื่องจากประสบปัญหาจากการแข่งขันกับสินค้าจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ที่สินค้าไทยเคยมีบทบาทสำคัญ จึงควรที่ไทยโดยภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมกันหาทางแก้ปัญหาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้

สถานะผู้ประกอบการไทย
อุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทยเป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises :SMEs) มีผู้ผลิตทั่วประเทศประมาณ 100 ราย โดยแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ สมุทรสาคร สำหรับการผลิตใช้วัตถุดิบภายในประเทศร้อยละ 71 วัตถุดิบนำเข้าร้อยละ 29 ซึ่งวัตถุดิบที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นสี สารเคมี และสารเคลือบ โดยจะนำเข้าจากประเทศจีน และญี่ปุ่น การผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. Earthenware ทำจากเนื้อดินที่มีความพรุนสูง เปราะแตกหักและบิ่นได้ง่าย เมื่อกระทบกัน แสงไม่สามารถผ่านได้ (ทึบแสง) เผาที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 800-1,150 องศาเซลเซียส ผลิตภัณฑ์จึงมีเนื้อหยาบ สีมักเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีเหลืองอ่อน สีแดง เวลาเคาะเสียงไม่กังวาน นิยมใช้ผลิตเป็นถ้วยชาม
2. Stoneware ทำจากเนื้อดินที่หลอมกันแน่น ไม่ดูดน้ำ ไม่เปราะ แตกหักง่าย เมื่อกระทบกัน แสงไม่สามารถผ่านได้ (ทึบแสง) สีเนื้อดินมักจะเป็นสีตามธรรมชาติตามแหล่งดินนั้น ๆ เผาที่อุณหภูมิสูง 1,250 – 1,300 องศาเซลเซียส ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีเนื้อหยาบแต่แน่น มีความแข็งแกร่ง ทนกรดทนด่างได้ดี เวลาเคาะจะมีเสียงดังกังวาน
3. Porcelain ทำจากเนี้อดินที่มีความเข็งแกร่งมาก ไม่ดูดซึมน้ำ ไม่บิ่น แตกหักง่าย เมื่อกระทบกัน แสงผ่านได้ (โปร่งแสง) เผาที่อุณหภูมิสูง 1,250-1,400 องศาเซลเซียส
4. Bone China เป็นเซรามิกที่ใช้เถ้ากระดูกสัตว์เป็นวัตถุดิบประมาณร้อยละ 40-50 เนื้อดินมีความแข็งแกร่งมาก ไม่ดูดซึมน้ำ แสงผ่านได้ (โปร่งแสง) ที่อุณหภูมิ 1,220-1,260 องศาเซลเซียส

บทบาทของคู่แข่งขันในตลาดโลก
คู่แข่งขันที่สำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทยในตลาดโลก มี 2 กลุ่มใหญ่ คือ
กลุ่มที่ 1 ประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ อิตาลี เม็กซิโก และเยอรมนี เป็นกลุ่มที่ผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกในตลาดระดับบน เน้นคุณภาพ ราคาสูง ด้วยความได้เปรียบด้านฝีมือที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯเป็นผู้นำเข้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกรายใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี NAFTA ส่งผลให้กลุ่มนี้มีโอกาสในการขยายตลาดสหภาพยุโรป และสหรัฐมีสูงมาก

กลุ่มที่ 2 ประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มที่ผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกในตลาดระดับกลาง-ล่าง ด้วยความได้เปรียบในด้านต้นทุนแรงงานที่ต่ำ และความพร้อมของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้กลุ่มประเทศในแถบนี้เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิก อันดับ 1 ของโลก โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 29 ส่วนไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันอับ 5 โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5

แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิก
อุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเครือข่ายวิสาหกิจที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศและพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำจุดแข็งและศักยภาพของประเทศไทยด้านความพร้อมของวัตถุดิบอย่างหิน ดิน และแร่ต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตเป็นสำคัญ ด้านฝีมือและทักษะของแรงงานไทยยังเหนือคู่แข่งขันในตลาดระดับเดียวกัน มีการออกแบบลวดลายที่ประณีตและละเอียด อีกทั้งมีสีสันที่สวยงาม โดยส่วนใหญ่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ

ดังนั้น ผู้ประกอบการและรัฐบาลต้องร่วมมือกัน ในการหาแนวทางที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทย ให้สามารถแข่งขันได้ต่อไปในตลาดโลก โดยการศึกษาความต้องการของตลาดต่าง ๆ พัฒนาการออกแบบ ขนาด สี ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งต้องพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดต้นทุน มีการสร้างตราสินค้าหรือยี่ห้อที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แทนการผลิตตามคำสั่งซื้ออย่างเดียว หลีกเลี่ยงการผลิตสินค้าในระดับเดียวกันกับจีน การรับส่งสินค้าที่ตรงเวลา

ทั้งนี้ เพื่อความสามารถในการทำตลาดในอนาคต ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดการร่วมกลุ่มระหว่างผู้ประกอบการ และธุรกิจที่เชื่อมโยง เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ช่วยหาแหล่งวัตถุดิบสำรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยายตลาดใหม่ ซึ่งหากสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดได้ อย่างต่อเนื่อง แน่นอนที่สุดว่าการส่งออกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกจะสามารถขยายตลาดได้มากยิ่งขึ้น

Author:
• Saturday, May 16th, 2015

ตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปมักจะมีสินค้าเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านมากมายให้เลือกสรร ซึ่งล้วนมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ทำให้เราคิดว่ามันจำเป็นกับเราเกือบทุกชิ้น และหลาย ๆ ครั้งก็เผลอซื้อมาหลังจากอ่านป้ายโฆษณาเหล่านั้น ทั้งที่จริงแล้วบางชิ้นก็ไม่จำเป็นกับเราเท่าที่คิดเอาไว้ เพราะบางสิ่งก็สามารถใช้ของอื่น ๆ แทนได้ แถมบางอย่างก็ถือเป็นของสิ้นเปลืองด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ ของใช้ภายในบ้าน 5 ชนิดเหล่านี้ ที่คนคิดว่ามันจำเป็น แต่จริง ๆ แล้วเปล่าเลย..

1. ผ้าหุ้มที่นอน (Top Sheet)

ผ้าหุ้มที่นอน หรือ Top Sheet คือผ้าที่ใช้คลุมบนผ้าปูที่นอน ก่อนปูทับด้วยผ้าห่มนั่นเอง ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ามันน่าจะช่วยให้ที่นอนสะอาดขึ้น หรือนอนสบายขึ้น แต่หากลองสังเกตดูก็จะพบว่า ความสบายของการนอนหลับ ระหว่างแบบปูกับไม่ปูด้วยผ้าหุ้มที่นอน ไม่มีความแตกต่างกันเลย ซ้ำยังเพิ่มภาระตอนนำเครื่องนอนไปซักอีกต่างหาก

2. ซื้อของเป็นโหล

หากไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวนับสิบคน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อของยกโหลหรือซื้อมาตุนเอาไว้มากขนาดนี้ก็ได้ โดยเฉพาะพวกของใช้ต่าง ๆ เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อม เพราะของเหล่านี้เป็นของที่สามารถล้างแล้วใช้งานซ้ำได้ ในขณะเดียวกันหากซื้อมาเก็บไว้เยอะ ๆ ยังเปลืองพื้นที่สำหรับเก็บของโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

3. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะอย่าง

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแต่ละชิ้นต่างก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ก็เลยทำให้หลายคนรู้สึกว่า จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาใช้ให้ตรงกับทุกอุปกรณ์ในบ้าน ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่สิ่งของที่่จำเป็นต้องซื้อขนาดนั้น เพราะทุกห้องครัวต่างก็มีอุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดกันอยู่แล้ว และใช้ทำความสะอาดได้หลายอย่างเลย ที่สำคัญยังไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้อีกด้วย เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา หรือน้ำมะนาว เป็นต้น

4. ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นเดียวกัน

ผู้ขายส่วนใหญ่มักจะพยายามนำเสนอสินค้าในคอลเลคชั่นเดียวกัน เพื่อขายสินค้าให้ได้อย่างน้อย 2 ชิ้นแทนที่จะขายได้เพียงชิ้นเดียว โดยอาจจะบอกว่า ถ้าตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นเดียวกัน หรือแบบเดียวกัน บ้านจะดูสวยงามและกลมกลืนกันมากกว่า ทั้งที่จริงแล้วมันก็ไม่จำเป็นเสมอไป หากไม่แน่ใจก็ลองดูความจำเป็นเสียก่อน เช่น จำเป็นต้องมีโต๊ะข้างเตียงทั้งซ้ายและขวาหรือไม่ แต่ละมุมห้องต้องใช้แสงเหมือกันหรือเปล่า หรือชอบบ้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เซตเดียวกันหมดจริง ๆ ไหม หากไม่ใช่คำตอบที่ต้องการ ก็ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบอื่นบ้างดีกว่า

5. ซื้อมีดทุกชนิดมาใช้

แม้มีดแต่ละแบบแต่ละขนาดจะมีการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่สำหรับการเข้าครัวทำอาหารธรรมดาทั่วไป ไม่จำเป็นจะต้องซื้อมีดทุกชนิดมาใช้ก็ได้ เพราะเป็นสิ่งสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ มีแค่มีดที่เหมาะกับการใช้งานในครัวของตัวเองก็พอแล้ว ซึ่งมีดส่วนใหญ่ที่เหมาะกับการใช้งานในครัวทั่วไป ได้แก่ มีดเชฟ (Chef’s Knife) มีดปอกผลไม้ (Paring Knife) และมีดโต้ (Cleaver) เป็นต้น

หลาย ๆ ครั้งที่เรามักจะตกหลุมพรางของการตลาด โดยทำให้เราคิดว่า สิ่งของแต่ละชิ้นที่นำมาวางขาย มันจำเป็นต่อการใช้ชีวิตเสียเหลือเกิน ทั้งที่จริงแล้วสิ่งของบางอย่างก็ไม่ได้จำเป็น ถือเป็นของสิ้นเปลืองเสียด้วยซ้ำ หรืออาจใช้สิ่งอื่นทดแทนได้ ฉะนั้นก่อนซื้อของแต่ละอย่าง ควรคิดให้รอบคอบก่อนทุกครั้งก่อนจ่ายเงินกันนะคะ