Author:
• Monday, July 27th, 2015

Kitchen.jpgปัจจุบันเชื่อว่าการตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีจะช่วยทำให้ผู้อยู่อาศัยมีโชคมีลาภและมีพลังขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นหลายคนจึงนิยมตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งแน่นอนว่าห้องครัวก็เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีพลังธาตุไฟอยู่ตลอดเวลา จากการทำครัวและเตาแก๊ส ดังนั้นการตกแต่งฮวงจุ้ยห้องครัวให้ถูกหลักก็จะทำให้ห้องครัวของคุณช่วยเสริมพลังดีๆให้กับบ้านได้ไม่แพ้ห้องอื่นๆ สำหรับห้องครัวที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยควรจะอยู่ในบริเวณด้านหลังของบ้าน เพื่อเป็นการลดกลิ่นควันจากการทำอาหารไม่ให้ลอยไปยังบริเวณอื่นทั่วบ้าน อีกทั้งตามฮวงจุ้ยห้องครัวนั้นห้ามไม่ให้ห้องครัวสามารถมองเห็นได้โดยตรงจากทางเข้าบ้าน เพราะหากเดินเข้าบ้านมาแล้วจะปะทะกับธาตุไฟโดยตรง ทำให้ร้อนรุ่มกระวนกระวายใจ นอกจากนี้ตำแหน่งของห้องครัวยังไม่ควรตรงกับห้องนอนในชั้นบนอีกด้วย เพราะจะทำให้ผู้ที่พักผ่อนในห้องนอนดังกล่าวได้รับพลังจากธาตุไฟมาเกินไป วิธีแก้คือให้ติดฉนวนกันความร้อนในฝ้าเพดานก็จะช่วยลดพลังไม่ดีจากธาตุไฟที่มากเกินไปได้

ครัวจะต้องมีความสมดุลของ หยิน-หยาง สะอาด มีแสงสว่างและยังจะต้องมีการถ่ายเทอากาศที่ดีด้วย ตำแหน่งของห้องครัวโดยทั่วไปจึงมักจะวางไว้หลังบ้าน เพราะการระบายกลิ่นไอ หรือควันที่เกิดจากการปรุงอาหารสามารถทำได้ง่าย ไม่เป็นการรบกวนเพื่อนบ้านเหมือนกับการวางไว้หน้าร้าน บางแห่งเพื่อนบ้านกลายเป็นศัตรูกันเพราะปัญหาที่เกิดจากเรื่องของการปรุงอาหาร ฮวงจุ้ยเรื่องของครัวนั้นจะให้ความสำคัญกับเรื่องของตำแหน่งเตาไฟมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงมาแล้ว โดยถือว่าเตาไฟจะแทนโชคลาภของครอบครัว เป็นสัญลักษณ์ของการหล่อเลี้ยงผู้คนในบ้านเตาไฟจึงต้องหันหาตำแหน่งที่เป็นมงคล

ตำแหน่งของห้องครัวที่สำคัญมากในทางฮวงจุ้ย

1.ห้องครัวโดยปกติก็มักจะเลือกวางให้อยู่ด้านหลังของบ้านมากกว่าจะอยู่ด้านหน้าบ้าน เพราะลักษณะของงานครัวจะเต็มไปด้วยมลภาวะต่างๆมากมาย ทั้งกลิ่น ทั้งควัน ไอน้ำมัน ขยะเศษอาหาร ตำแหน่งหลังบ้านจึงเหมาะสมที่สุดในการวางห้องครัว ชัยภูมิของห้องครัวปัจจัยที่ต้องนำพิจารณาก็คือ สภาพแวดล้อมรอบๆห้องครัวต้องไม่อุดตัน เพราะห้องครัวต้องการอากาศถ่ายเทที่ดีเพื่อไล่ควันและกลิ่นจากการปรุงอาหารออกนอกบ้าน
2.การนำเรื่องทิศมาพิจารณาเลือกตำแหน่งห้องครัวในสมัยก่อนจะถือว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในเรื่องของทิศทางลมและแสงแดด ห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ยจะนิยมวางไว้ทางแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก มากกว่าทิศเหนือ-ใต้ เหตุผลก็เพราะ ทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นทิศของแสงสว่าง
3.การวางตำแหน่งของห้องครัวโดยพิจารณาจากตำแหน่งของดาว ตามหลักวิชาดาว 9 ยุคของสำนักดาวเหินก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง โดยหลักของดาว 9 ยุค จะกำหนดตำแหน่งดี-ร้ายภายในบ้าน

Author:
• Friday, June 12th, 2015

เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกเป็นอุตสาหกรรมเบาที่ใช้แรงงานคนและฝีมือเป็นหลัก โดยไทยมีความพร้อมด้านวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น ดิน หิน และแร่ต่าง ๆ รวมทั้งจุดแข็งด้านฝีมือแรงงานที่ชำนาญและประณีต โดยมีตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ มีสัดส่วนร้อยละ 30.9 13.0 และ 56.1 ตามลำดับ

การส่งออกเริ่มชะลอตัวลงร้อยละ 3.5 จากร้อยละ 7.5 เนื่องจากประสบปัญหาจากการแข่งขันกับสินค้าจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ที่สินค้าไทยเคยมีบทบาทสำคัญ จึงควรที่ไทยโดยภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมกันหาทางแก้ปัญหาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้

สถานะผู้ประกอบการไทย
อุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทยเป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises :SMEs) มีผู้ผลิตทั่วประเทศประมาณ 100 ราย โดยแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ สมุทรสาคร สำหรับการผลิตใช้วัตถุดิบภายในประเทศร้อยละ 71 วัตถุดิบนำเข้าร้อยละ 29 ซึ่งวัตถุดิบที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นสี สารเคมี และสารเคลือบ โดยจะนำเข้าจากประเทศจีน และญี่ปุ่น การผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. Earthenware ทำจากเนื้อดินที่มีความพรุนสูง เปราะแตกหักและบิ่นได้ง่าย เมื่อกระทบกัน แสงไม่สามารถผ่านได้ (ทึบแสง) เผาที่อุณหภูมิต่ำประมาณ 800-1,150 องศาเซลเซียส ผลิตภัณฑ์จึงมีเนื้อหยาบ สีมักเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีเหลืองอ่อน สีแดง เวลาเคาะเสียงไม่กังวาน นิยมใช้ผลิตเป็นถ้วยชาม
2. Stoneware ทำจากเนื้อดินที่หลอมกันแน่น ไม่ดูดน้ำ ไม่เปราะ แตกหักง่าย เมื่อกระทบกัน แสงไม่สามารถผ่านได้ (ทึบแสง) สีเนื้อดินมักจะเป็นสีตามธรรมชาติตามแหล่งดินนั้น ๆ เผาที่อุณหภูมิสูง 1,250 – 1,300 องศาเซลเซียส ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีเนื้อหยาบแต่แน่น มีความแข็งแกร่ง ทนกรดทนด่างได้ดี เวลาเคาะจะมีเสียงดังกังวาน
3. Porcelain ทำจากเนี้อดินที่มีความเข็งแกร่งมาก ไม่ดูดซึมน้ำ ไม่บิ่น แตกหักง่าย เมื่อกระทบกัน แสงผ่านได้ (โปร่งแสง) เผาที่อุณหภูมิสูง 1,250-1,400 องศาเซลเซียส
4. Bone China เป็นเซรามิกที่ใช้เถ้ากระดูกสัตว์เป็นวัตถุดิบประมาณร้อยละ 40-50 เนื้อดินมีความแข็งแกร่งมาก ไม่ดูดซึมน้ำ แสงผ่านได้ (โปร่งแสง) ที่อุณหภูมิ 1,220-1,260 องศาเซลเซียส

บทบาทของคู่แข่งขันในตลาดโลก
คู่แข่งขันที่สำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทยในตลาดโลก มี 2 กลุ่มใหญ่ คือ
กลุ่มที่ 1 ประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ อิตาลี เม็กซิโก และเยอรมนี เป็นกลุ่มที่ผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกในตลาดระดับบน เน้นคุณภาพ ราคาสูง ด้วยความได้เปรียบด้านฝีมือที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯเป็นผู้นำเข้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกรายใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี NAFTA ส่งผลให้กลุ่มนี้มีโอกาสในการขยายตลาดสหภาพยุโรป และสหรัฐมีสูงมาก

กลุ่มที่ 2 ประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มที่ผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกในตลาดระดับกลาง-ล่าง ด้วยความได้เปรียบในด้านต้นทุนแรงงานที่ต่ำ และความพร้อมของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้กลุ่มประเทศในแถบนี้เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิก อันดับ 1 ของโลก โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 29 ส่วนไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันอับ 5 โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5

แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิก
อุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเครือข่ายวิสาหกิจที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศและพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำจุดแข็งและศักยภาพของประเทศไทยด้านความพร้อมของวัตถุดิบอย่างหิน ดิน และแร่ต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตเป็นสำคัญ ด้านฝีมือและทักษะของแรงงานไทยยังเหนือคู่แข่งขันในตลาดระดับเดียวกัน มีการออกแบบลวดลายที่ประณีตและละเอียด อีกทั้งมีสีสันที่สวยงาม โดยส่วนใหญ่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ

ดังนั้น ผู้ประกอบการและรัฐบาลต้องร่วมมือกัน ในการหาแนวทางที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกของไทย ให้สามารถแข่งขันได้ต่อไปในตลาดโลก โดยการศึกษาความต้องการของตลาดต่าง ๆ พัฒนาการออกแบบ ขนาด สี ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งต้องพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดต้นทุน มีการสร้างตราสินค้าหรือยี่ห้อที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แทนการผลิตตามคำสั่งซื้ออย่างเดียว หลีกเลี่ยงการผลิตสินค้าในระดับเดียวกันกับจีน การรับส่งสินค้าที่ตรงเวลา

ทั้งนี้ เพื่อความสามารถในการทำตลาดในอนาคต ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดการร่วมกลุ่มระหว่างผู้ประกอบการ และธุรกิจที่เชื่อมโยง เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตอื่น ๆ ช่วยหาแหล่งวัตถุดิบสำรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยายตลาดใหม่ ซึ่งหากสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดได้ อย่างต่อเนื่อง แน่นอนที่สุดว่าการส่งออกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและครัวเรือนเซรามิกจะสามารถขยายตลาดได้มากยิ่งขึ้น

Author:
• Saturday, May 16th, 2015

ตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปมักจะมีสินค้าเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านมากมายให้เลือกสรร ซึ่งล้วนมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ทำให้เราคิดว่ามันจำเป็นกับเราเกือบทุกชิ้น และหลาย ๆ ครั้งก็เผลอซื้อมาหลังจากอ่านป้ายโฆษณาเหล่านั้น ทั้งที่จริงแล้วบางชิ้นก็ไม่จำเป็นกับเราเท่าที่คิดเอาไว้ เพราะบางสิ่งก็สามารถใช้ของอื่น ๆ แทนได้ แถมบางอย่างก็ถือเป็นของสิ้นเปลืองด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ ของใช้ภายในบ้าน 5 ชนิดเหล่านี้ ที่คนคิดว่ามันจำเป็น แต่จริง ๆ แล้วเปล่าเลย..

1. ผ้าหุ้มที่นอน (Top Sheet)

ผ้าหุ้มที่นอน หรือ Top Sheet คือผ้าที่ใช้คลุมบนผ้าปูที่นอน ก่อนปูทับด้วยผ้าห่มนั่นเอง ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ามันน่าจะช่วยให้ที่นอนสะอาดขึ้น หรือนอนสบายขึ้น แต่หากลองสังเกตดูก็จะพบว่า ความสบายของการนอนหลับ ระหว่างแบบปูกับไม่ปูด้วยผ้าหุ้มที่นอน ไม่มีความแตกต่างกันเลย ซ้ำยังเพิ่มภาระตอนนำเครื่องนอนไปซักอีกต่างหาก

2. ซื้อของเป็นโหล

หากไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวนับสิบคน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อของยกโหลหรือซื้อมาตุนเอาไว้มากขนาดนี้ก็ได้ โดยเฉพาะพวกของใช้ต่าง ๆ เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อม เพราะของเหล่านี้เป็นของที่สามารถล้างแล้วใช้งานซ้ำได้ ในขณะเดียวกันหากซื้อมาเก็บไว้เยอะ ๆ ยังเปลืองพื้นที่สำหรับเก็บของโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

3. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะอย่าง

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแต่ละชิ้นต่างก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ก็เลยทำให้หลายคนรู้สึกว่า จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาใช้ให้ตรงกับทุกอุปกรณ์ในบ้าน ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่สิ่งของที่่จำเป็นต้องซื้อขนาดนั้น เพราะทุกห้องครัวต่างก็มีอุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดกันอยู่แล้ว และใช้ทำความสะอาดได้หลายอย่างเลย ที่สำคัญยังไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้อีกด้วย เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา หรือน้ำมะนาว เป็นต้น

4. ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นเดียวกัน

ผู้ขายส่วนใหญ่มักจะพยายามนำเสนอสินค้าในคอลเลคชั่นเดียวกัน เพื่อขายสินค้าให้ได้อย่างน้อย 2 ชิ้นแทนที่จะขายได้เพียงชิ้นเดียว โดยอาจจะบอกว่า ถ้าตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นเดียวกัน หรือแบบเดียวกัน บ้านจะดูสวยงามและกลมกลืนกันมากกว่า ทั้งที่จริงแล้วมันก็ไม่จำเป็นเสมอไป หากไม่แน่ใจก็ลองดูความจำเป็นเสียก่อน เช่น จำเป็นต้องมีโต๊ะข้างเตียงทั้งซ้ายและขวาหรือไม่ แต่ละมุมห้องต้องใช้แสงเหมือกันหรือเปล่า หรือชอบบ้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เซตเดียวกันหมดจริง ๆ ไหม หากไม่ใช่คำตอบที่ต้องการ ก็ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบอื่นบ้างดีกว่า

5. ซื้อมีดทุกชนิดมาใช้

แม้มีดแต่ละแบบแต่ละขนาดจะมีการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่สำหรับการเข้าครัวทำอาหารธรรมดาทั่วไป ไม่จำเป็นจะต้องซื้อมีดทุกชนิดมาใช้ก็ได้ เพราะเป็นสิ่งสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ มีแค่มีดที่เหมาะกับการใช้งานในครัวของตัวเองก็พอแล้ว ซึ่งมีดส่วนใหญ่ที่เหมาะกับการใช้งานในครัวทั่วไป ได้แก่ มีดเชฟ (Chef’s Knife) มีดปอกผลไม้ (Paring Knife) และมีดโต้ (Cleaver) เป็นต้น

หลาย ๆ ครั้งที่เรามักจะตกหลุมพรางของการตลาด โดยทำให้เราคิดว่า สิ่งของแต่ละชิ้นที่นำมาวางขาย มันจำเป็นต่อการใช้ชีวิตเสียเหลือเกิน ทั้งที่จริงแล้วสิ่งของบางอย่างก็ไม่ได้จำเป็น ถือเป็นของสิ้นเปลืองเสียด้วยซ้ำ หรืออาจใช้สิ่งอื่นทดแทนได้ ฉะนั้นก่อนซื้อของแต่ละอย่าง ควรคิดให้รอบคอบก่อนทุกครั้งก่อนจ่ายเงินกันนะคะ

Author:
• Saturday, March 28th, 2015

ข้าว พริก และเกลือ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทย “พริก” ถูกจัดให้เป็นพืชวัฒนธรรมอีกชนิดของคนไทยที่มีการใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการบริโภค ในรูปของเครื่องเทศสำหรับปรุงแต่ง รสชาติ กลิ่นและ สี ใช้เป็นพืชสมุนไพร และใช้ในพิธีกรรมต่างๆ นอกจากนี้ในปัจจุบันมีการสกัดสารเผ็ดที่เรียกว่า แคปไซซิน (capsaicin) ซึ่งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา มาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต บำรุงหัวใจ บรรเทาอาการปวดเมื่อย ฉีดพ่นรักษาอาการโรคไซนัส รวมทั้งใช้เพื่อควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังได้นำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่นใช้แทนแก๊สน้ำตาเพื่อปราบจลาจลและใช้เคลือบสายไฟและสายไฟเบอร์ออปติกส์ต่างๆ เพื่อป้องกันการกัดแทะของสัตว์ เนื่องจากพริกเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารและยา มีสี รสชาติที่ไม่อาจใช้ผลผลิตจากพืชอื่น ๆ ทดแทนได้ จึงทำให้พริกเป็นพืชผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ในด้านการผลิตนั้นมีการเพาะปลูกมานานควบคู่กับชาติไทย เริ่มจากปลูกพริกในลักษณะสวนครัวหลังบ้านและต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพริกเพื่อการค้า เพื่อผลิตพริกสดและพริกแห้ง สำหรับใช้ในการบริโภคและส่งโรงงานอุตสาหกรรมอาหารเพื่อแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งยังมีการผลิตเมล็ดพันธุ์พริกลูกผสมเพื่อการส่งออกด้วย

ตลาดพริกที่สำคัญในประเทศ แบ่งออกเป็นภูมิภาค โดยตลาดพริกที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ตลาดพริกในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น ภาคเหนือ คือ ตลาดพริกในจังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุโขทัย และพิจิตร ส่วนตลาดพริกที่สำคัญในภาคใต้ คือ ตลาดพริกที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ตลาดพริกสดและพริกแห้งที่ใหญ่ที่สุดคือ ตลาดสี่มุมเมืองรังสิต ตลาดไท และปากคลองตลาด โดยเป็นแหล่งใหญ่ที่รวบรวมพริกจากทุกภาคของประเทศและกระจายต่อไปทั่วทุกจังหวัด ตลอดจนส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย

ผลผลิตพริกสด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะออกสู่ตลาด 2 ช่วง ระหว่างเดือนมีนาคม – สิงหาคม และเดือนตุลาคม – ธันวาคม ส่วนในภาคเหนือผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม สำหรับพริกแห้งผลผลิตจะกระจายออกสู่ตลาดตลอดทั้งปีเพราะสามารถเก็บรักษาได้ ราคาพริกแห้งจะมีเสถียรภาพมากกว่าราคาพริกสดค่อนข้างมาก

จากการศึกษาพบว่าปัญหาสำคัญของการผลิตพริก คือเรื่องของโรคและแมลง เมื่อเกิดการระบาดของโรคหรือแมลงขึ้นก็จะทำให้เกิดความเสียหายในการผลิตเป็นอย่างมาก สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคและแมลงคือ ระบบการปลูกยังไม่ได้มาตรฐาน เป็นการปลูกที่พึ่งพาธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลต่อการผลิตได้ อีกทั้งเกษตรกรผู้ผลิตยังมีอายุมาก อาศัยประสบการณ์การผลิตพริกที่ทำกันมาแต่ดั้งเดิม จึงทำให้ระบบการปลูกไม่แตกต่างจากอดีตมากนัก เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงควรให้ความรู้ในเรื่องระบบการผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยอาจจัดทำในลักษณะของการรวมกลุ่มผลิต และมีผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานสินค้าให้คำแนะนำและรับรองมาตรฐาน ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เรื่องเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่เก็บเมล็ดไว้ใช้เอง แต่ขาดความรู้เรื่องการคัดพันธุ์ จึงทำให้พันธุ์เสื่อมคุณภาพลงไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทเอกชนผลิตเมล็ดพันธุ์พริกเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรแล้วก็ตามแต่เมล็ดพันธุ์พริกที่เป็นที่ต้องการของเกษตรกรจำนวนมาก คือ พริกพันธุ์ยอดสนยังไม่มีการผลิต จึงควรต้องพัฒนาเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวเพื่อสนองความต้องการของเกษตรกร

Category: สินค้าและบริการ  | Tags:  | Comments off
Author:
• Monday, February 23rd, 2015

1

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกแบบห้องครัวนั้น ก็คือฟังก์ชั่นการใช้งาน ควรดูว่าฟังก์ชั่นการใช้งานครบถ้วนถูกต้องและเหมาะสมตามความต้องการผู้ใช้งานหรือไม่ แล้วจากนั้นจึงค่อยคำนึงถึงการตกแต่งให้สวยงามตามมาห้องครัวเป็นห้องที่ควรมีแสงธรรมชาติเข้าถึงได้ โดยออกแบบให้มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศและกลิ่น แต่หากห้องครัวของบ้านไม่สามารถมีหน้าต่างได้ ก็อาจใช้วิธีเจาะสกายไลท์บนฝ้าเพดาน แล้วติดกระเบื้องใสให้แสงส่องผ่านลงมาห้องครัวก็จะสว่างดูน่าใช้งานการเลือกอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องครัวรวมไปถึง Fitting และ Hardware ต่าง ๆ ควรเลือกโดยคำนึงถึงการทำความสะอาดที่ต้องง่ายและมีความแข็งแรงทนทาน เพราะห้องครัวมีการใช้งานอย่างหนักทุกวัน ไม่สมควรที่จะต้องซ่อมแซมบ่อย ๆ ท็อปเคาน์เตอร์ควรเป็นวัสดุหินแกรนิต หินเทียม กระเบื้อง หรือสเตนเลส เนื่องจากมีความแข็งแรงและดูแลรักษาได้ง่าย ไม่ควรใช้หินอ่อน เพราะจะมีปฏิกิริยากับกาแฟและเครื่องปรุงอาหารบางอย่าง นอกจากนั้นท็อปเคาน์เตอร์ไม่ควรมีรอยต่อหรือร่อง เพราะจะทำให้เศษอาหารตกลงไปในร่อง ทำความสะอาดได้ยาก

ตำแหน่งของห้องครัวควรเชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหารได้สะดวก หากห้องครัวแยกออกไปจากตัวบ้านก็ควรออกแบบทางเดินที่มีหลังคากันฝนตลอดทางหลีกเลี่ยงการใช้ไม้ในห้องครัว เนื่องจากดูแลรักษายากและไม่ทนไฟครัวที่มีขนาดเล็กควรเลือกใช้บานเลื่อนสำหรับตู้เก็บของเพื่อประหยัดพื้นที่ และออกแบบตู้เก็บของให้สูงชนฝ้า เพื่อจะได้ใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดการออกแบบที่เก็บของในห้องครัวสมัยใหม่มักมี Hardware สำหรับเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่จานชาม เครื่องปรุง วัตถุดิบ ให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ เราควรคิดว่าของที่เราต้องการใช้ที่จะเก็บในห้องครัวมีอะไรบ้าง แล้วจึงลงมือเลือก Hardware หรือ Fitting ตู้เก็บของเหล่านั้นตามความต้องการ เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง ๆ

ผนังหลังเตาควรกรุด้วยกระเบื้องหรือวัสดุอื่น ๆ ที่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากมักจะมีน้ำมันหรือเศษอาหารกระเด็นมาโดนบริเวณนี้ในเวลาทำอาหารอยู่บ่อย ๆ งานระบบของห้องครัวก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ห้องครัวจะมีการใช้งานที่สมบูรณ์แบบก็ต้องมีระบบน้ำดี น้ำทิ้ง ระบบดูดควัน ระบบไฟฟ้า ที่มีการออกแบบมาเป็นอย่างดี ท่อต่าง ๆ จะต้องไม่กลายเป็นแหล่งเชื้อโรคที่เหม็นอับของห้องครัว อย่างที่บอกไว้แต่แรก ครัวก็เหมือนกับระบบภายในของบ้าน หากได้รับการออกแบบที่ดีมีความเหมาะสมและสวยงาม บ้านทั้งหลังก็น่าอยู่ ยิ่งเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปห้องครัวก็มีบทบาทเพิ่มขึ้น และหลากหลายกว่าเดิมหลายเท่า ห้องครัวจากที่มีไว้ทำอาหารเพียงอย่างเดียว กลายเป็นห้องที่มีกิจกรรมอื่น ๆ มารวมอยู่ด้วย บ้านจึงไม่มีคำว่าหน้าบ้านรับแขกและหลังบ้านทำครัวอีกต่อไป เพราะความสุขสามารถเกิดขึ้นได้ทุกจุดในบ้านอย่างแท้จริง